• knife set
  • feed

    หลายคนคงได้เริ่มเล่น กูเกิลเวฟ (Google Wave) กันบ้างแล้ว ขณะที่หลายคนยังคงรอ invite อยู่ และขณะเดียวกันหลายคนก็ไม่สนใจและไม่รู้ว่าคืออะไร โดยเวฟนี้ได้ชื่อว่าเป็นซอฟต์แวร์ที่เข้าใจยากพอควร ขนาดมีคนทำเว็บว่า กูเกิลเวฟมันเข้าใจยากกว่าหลายๆ สิ่ง (http://easiertounderstandthanwave.com/ )  

    ในเอนทรีนี้จะแนะนำเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ สำหรับเริ่มต้นเล่นเวฟ ซึ่งจะข้ามพวกฟังก์ชันพื้นฐาน อย่างการแก้ไขเวฟ การเพิ่มเวฟ โดยคำถามที่เจอกันบ่อยก็ตามด้านล่างเลย

    • ทำไมหาที่ invite ไม่เจอ
      • คนที่ไม่ได้ invite โดยตรงจากทางกูเกิลจะไม่สามารถเชิญคนอื่นมาเล่นได้ (ณ ขณะนี้) ขณะที่คนที่ได้เชิญมาโดยตรงจะเชิญคนอืนได้ 20 คน (ช่วงแรกจะเชิญได้ 8 คน + 12 คนต่อมา)
    • อะไรคือ บลิป (blip) เวฟเลต (wavelet) และ เวฟ (wave)
      • บลิป คือ หน่วยย่อยสุดของเวฟ คือหนึ่งช่องข้อความ
      • เวฟเลต คือ ส่วนประกอบหลายๆ บลิป
      • เวฟ ก็จะเป็นส่วนประกอบหลายเวฟเลต
    • ไม่มีใครคุยด้วย อยากจะ wave กับคนอื่นที่ไม่ใช่เพื่อนทำอย่างไร
      • ให้พิมพ์ในช่องค้นหาว่า with:public แล้วมันจะหาเวฟที่มีการแชร์กับคนอื่นได้ ซึ่งถ้าหาแล้วอาจจะเจอเยอะมาก อาจลองจำกัดโดยการพิมพ์ with: public firefox (หาอันที่แชร์แล้วคุยกับเรื่อง firefox) หรือว่า with:public exteen (หาอันที่แชร์แล้วคุยกับเรื่อง exteen) หรือเรื่องที่สนใจ
    • คำถามต่อไปคือ ทำอย่างไรในการเซ็ตให้เวฟเราเป็น public 
      • ให้เราใส่ contact ในชื่อ public@a.gwave.com ไว้กับเวฟนั้น แล้วเวฟนั้นจะกลายเป็น public ทันที ที่ทุกคนสามารถเข้ามาร่วมเวฟได้ โดยถ้าเราแอดเข้า contact มันจะเป็นปุ่มสีเทาไม่ให้กด ก็ไม่ต้องสนใจกด enter ข้ามเลยได้
    • จะใส่อีโม หรือพวกหน้ายิ้มในเวฟได้อย่างไร
      • อันนี้สามารถใส่ได้โดยใช้บอตมาช่วยคือ emoticonbot@appspot.com ถ้าใส่ไว้ในส่วน contact ของ เวฟเราเมื่อไร ถ้าเราพิมพ์คำสั่งอย่าง :) :P มันจะถูกเปลี่ยนเป็นอีโมอัตโนมัติ
    • บอตคืออะไร 
    • จะถีบบอตออกจากเวฟได้อย่างไร
      • ให้ใส่บอตชื่อ bouncy-wave@appspot.com เข้าไป จะเป็นบอตเบาเซอร์กล้ามใหญ่ เอาไว้ไล่บอต เมื่อใส่เข้าไปในเวฟเรา ก็ให้พิมพ์ bounce:__แล้วตามด้วยชื่อบอต__ เช่น bounce:name.example.com บอตตัวนั้นก็จะโดนถีบออกไป ไล่ได้ทุกตัวยกเว้นไล่เบาเซอร์
    • แกเจิต (gadget อ่าน gadg-et ตัว d ไม่ออกเสียง) คืออะไร
      • ว่าไปแล้วแกเจิตนี่ก็เหมือนเป็นตัวเล่นหลักของเวฟเลยก็ว่าได้ เป็นพวก แอดออนส์ (add-ons) หรือ พลักอินส์ (plug-ins) ของเวฟนั่นเอง โดยวิธีใส่สามารถแอดเข้ามาโดยใส่ผ่าน URL ก็ได้ โดยกดไอคอนที่เป็นตัวต่อ แล้วใส่ URL เข้าไป หรือถ้าตัวไหนใช้บ่อยเราก็สามารถใส่เข้ามาทีหลังได้ 
      • แกเจิตที่มาพร้อมกับเวฟเลยก็มี (1) แผนที่ (2) โหวต yes/no/maybe
      • แกเจิตที่น่าสนใจมีเยอะมากเลย หากใครไม่รู้จะทำอะไรอาจลองใส่
        • Napkin - เอาไว้วาดรูปเล่นในเวฟ - http://my-wave-gadgets.appspot.com/wave/NapkinGadget.xml
        • Sudoku - เอาไว้เล่นซุโดกุเล่น หรือจะแข่งกับเพื่อนก็ได้ - http://blah.appspot.com/wave/sudoku/sudoku.xml
        • Exteen Hot Posts - อันนี้ลองทำเล่นๆ อ่าน hot posts ในเวฟ ลองสร้างเล่นครับอันนี้ ข้ามได้ - http://itshee.com/exteen/hot.xml
        • สำหรับรายชื่อแกเจิตทั้งหมด อาจลองแวะดูได้
    • อยากได้ invite  กูเกิลเวฟ ทำอย่างไร
      • มีสองวิธีคือ 
      • โดยข้อ (1) นี่ได้ชัวร์ แต่ไม่รู้ว่านานแค่ไหน ส่วนวิธีที่ (2) นี่ถ้ามีใครมีคนรู้จักที่มี invite เหลือพอให้ invite แล้ว ก็คงได้ภายใน 1-5 วัน

    เทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งฟังก์ชันและลูกเล่นส่วนใหญ่มันมีมากกว่านี้เยอะ ซึ่งหลายคนที่ได้ลองแล้ว อาจจะรู้สึกว่าเล่นแล้วไม่ได้อย่างที่คาดหวัง มีฟังก์ชันไม่พอ หรือยังมองไม่เห็นประโยชน์เท่านั้น หรือบางคนใช้แล้วถึงกับตะโกนออกมาว่างงสุดก็มีเยอะพอควรเลย 

    ช่วงนี้กระแสในด้านคอม คงไม่มีอะไรมาแรงกว่า Windows 7 (วินโดวส์ เซเว่น) เป็นแน่ หลายคนได้ใช้แล้ว ขณะที่หลายคนกำลังคิดอยู่ว่าจะหันไปใช้ดีหรือเปล่า ข่าวเรื่องความ(ไม่)ปลอดภัยนี้ในเว็บเมืองไทยอาจจะไม่ได้เห็นกันเท่าไรนัก เพราะเว็บไอทีดังๆ ในเมืองไทยส่วนใหญ่ก็เป็นพวกแฟนบอยวินโดวส์ ได้รับสปอนเซอร์จากทางไมโครซอฟท์ไทยกันเยอะ ดังนั้นคงไม่แปลกใจที่จะไม่มีใครนำข้อไม่ดีของ Windows 7 มาให้อ่านกัน

    ข่าวนี้ออกมาเมื่อสามวันก่อน ในเว็บสแลชดอต และเมื่อวานไวรด์ก็ออกซ้ำมาอีกรอบ โดยได้มีการทดสอบนำเครื่องคอมพิวเตอร์ใหม่ที่เพิ่งลง Windows 7 ใหม่ๆ ที่โฆษณาว่ามีความปลอดภัยสูงกว่าเดิมมาทดสอบกับ ไวรัส 10 ตัว ที่ติดกับเครื่องที่ใช้ Windows XP ผลปรากฏว่าไวรัสเกือบทั้งหมด ก็ยังติดในเครื่อง Windows 7 ไม่ต่างจากทำงานบน Windows XP เท่าไรนัก โดยมีเพียงสองตัวเท่านั้น (Bredo, Banker) ที่ไม่มีผลกับวินโดวส์ตัวนี้ 

    ตอนนี้คอมพิวเตอร์ทั่วโลกหลายล้านที่ใช้งาน XP ก็ยังคงติดไวรัสชื่อดังไม่ว่า Conficker หรือ ZBot แต่คนใช้ Windows 7 ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะน้อยหน้า เพราะพวกคุณยังมีโอกาสร่วมสมัยติด ZBot ได้อยู่ สรุปสั้นๆ ว่า อย่าคาดหวังว่าซื้อคอมใหม่มาใช้ Windows 7 แล้วจะปลอดภัยมากกว่าเดิม ไม่ว่าใช้วินโดวส์ตัวไหน ก็อย่าลืมโปรแกรมแอนตี้ไวรัสเช่นเคย

    อย่าเอ็ดไป อย่าเอ็ดไป 

    personal brand 

    อ่านเจอจากบทความน่าสนใจในภาษาอังกฤษที่ Money.com เห็นว่าน่าสนใจดี เลยลองนำมาแปลมาอ่าน และร่วมแสดงความเห็นกันครับ

    เรื่องแบรนด์ (brand) นี่สิบปีที่ผ่านมาใครๆ ก็พูดถึงกันตลอดเวลา ในขณะที่สองสามปีนี้เรื่องที่มาแรงอีกเรื่องก็คือ "you" หรือแบรนด์ตัวคุณเอง หลายคนอาจจะงงว่าแบรนด์ของตัวเราคืออะไร ลองนึกง่ายๆ อย่าง ถ้านึกว่าหากเราต้องการหาคนวาดภาพสีน้ำก็จะนึกถึง คุณลิงใจดี หรืออย่างนึกถึงภาพถ่ายอาหารสวยๆ ก็ คุณแม่ปันปราย  หลายคนคงพอนึกภาพออกกันแล้ว โดยไอเดียง่ายๆ ของการสร้างแบรนด์ให้ตัวเอง คือการทำให้คนอื่นนึกถึงผลงานเรา แม้ว่าเราจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจสร้างแบรนด์ตัวเราก็ตาม โดยคนอื่นจะมองเห็นความสามารถ และ ความเชี่ยวชาญของเราจากผลงานที่เราได้เผยแพร่ออกมา

    ซึ่งจุดนี้หลายคนมองเห็นว่าเป็นโอกาส แต่ในขณะที่หลายคนรู้สึกไม่สะดวกใจในการแสดงความสามารถของตัวเอง อันนี้ก็แล้วแต่คนจะคิดกัน

    ศาสตราจารย์ เดวิด เจมส์ (ชื่อยังกับนักฟุตบอล) จากอังกฤษได้กล่าวสะท้อนถึงการทำงานตามบริษัทในปัจจุบัน ว่าเราจะถูกมองเป็นเพียงพนักงาน"หนึ่ง"คน ที่เราแค่ทำงานให้ วันดีคืนดีจะถูกย้ายไปสาขาอื่น หรือแม้แต่จะถูกไล่ออกก็เป็นแค่เรื่องเล็กสำหรับบริษัท ซึ่งการสร้างแบรนด์ให้ตัวเอง ว่าคุณเก่งด้านไหน ก็เป็นทางออกหนึ่งในโลกธุรกิจ ทีทำให้คุณมีตัวตนในองค์กรนั้น

    ศาสตราจารย์ยังกล่าวต่อว่า ก้าวแรกของการสร้างแบรนด์คือ หาจุดแข็งของตัวคุณเอง และมองคุณค่าของตัวเอง ซึ่งสองสิ่งนี้ต้องเป็นสิ่งที่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดสั้นๆ ให้ทุกคนเข้าใจได้ง่าย หลังจากนั้นก็วางแผนให้ตัวคุณเองว่า ต้องการจะเป็นอะไร และต้องการให้คนอื่นรู้จักว่าคุณเป็นใคร

    ในยุคอินเทอร์เน็ต ที่ทุกอย่างสะดวกนั้น การสร้างแบรนด์ให้คุณเองเป็นเรื่องที่ไม่ยาก อย่างการเขียนบล็อกก็เป็นตัวหลักในการสร้างแบรนด์คุณเอง เนื้อหาในบล็อกของคุณจะแสดงถึงว่าคุณเป็นใครในสายตาคนอื่น และที่สำคัญสองข้อคือ (1) เรื่องเหล่านั้นคุณต้องอยากเขียน และ (2) คุณต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้น มิฉะนั้นบล็อกที่ออกมามันจะแข็งและไม่น่าอ่าน นอกจากนี้ก็มีเครื่องหมายหลายอย่างไม่ว่า พวกโซเชียลเน็ตเวิร์กอย่างเฟซบุ๊ก หรือทวิตเตอร์  ที่ช่วยในการสื่อสารระหว่างคุณกับคนอื่นๆ ใกล้กันได้มากยิ่งขึ้น

    ถัดมาคือทำอย่างไรให้พวกเซิร์ชเอนจินมาหาเรา อันนั้นก็เป็นเรื่องของเทคนิค SEO โดยจุดที่สำคัญสุดคือ ใส่ชื่อคุณไว้ในนั้น เพราะคุณคือแบรนด์ ใครสนใจอ่านเรื่อง SEO (ในแง่ดี) ตามอ่านกันได้ครับที่ http://itshee.exteen.com/20090222/blog-seo มีสรุปเทคนิคเอสอีโอฉบับกระชับไว้

    ถัดไปอีกหน่อยก็คือการแนะนำตัวคุณเองให้คนอื่นรู้จัก ไม่ว่าทั้งในโลกออนไลน์หรือออฟไลน์ เช่นการไปร่วมวงสนทนาตามเว็บบอร์ด ไม่ว่าอย่าง พันทิป หรือพวกเว็บเฉพาะด้านต่างๆ  

    ซึ่งตอนเด็กๆ หลายคนคงได้ยินจากพ่อแม่สอนมาว่า "ให้ขยันเรียนและขยันทำงาน ทุกคนจะเห็นค่าเราเอง และจะประสบความสำเร็จในชีวิต" แต่ทุกคนคงรู้กันว่าความจริงมันไม่ได้เป็นอย่างนั้น ซึ่งคำพูดเหล่านั้นควรจะเป็น "ให้ขยันเรียนและขยันทำงาน แล้วบอกทุกคนให้รู้ว่าเราทำอะไร และจะประสบความสำเร็จในชีวิต

    //ใครสนใจอ่านต้นฉบับอ่านได้ที่ http://www.cnn.com/.../personal.brand.internet