• knife set
  • feed
    1) อาจารย์น่าเบื่อ - อาจารย์ที่สอนน่าเบื่อ ไม่มีแม้แต่ไอเดียที่จะทำให้นักศึกษาสนใจตั้งแต่อาทิตย์แรก คิดดูว่าจะต้องเจอไปอีก 4 เดือน คงน่าเบื่อตาย

    2) อาจารย์บ่นแต่ชีวิตตัวเอง - อาจารย์ที่มัวแต่บ่นเรื่องของตัวเอง อนาคตตัวเองไม่ดีนู่นนั่นนี่ เงินเดือนตัวเองน้อย และต้องเสียเวลามาสอนวิชานี้อีก มาบ่นนู่นนั่นนี่ให้นักศึกษาฟัง ก็คิดไว้เลยว่า เรียนกับคนแบบนี้ คงไม่ได้อะไรซักอย่าง

    3) อาจารย์ที่ไม่ได้ให้ syllabus ในคาบแรก - คิดง่ายๆ อาจารย์คนนี้ไม่ได้เตรียม หรือไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะสอนอะไรบ้างในคาบถัดไปจนจบเทอม

    4) อาจารย์ที่ไม่ได้บอกว่าจะให้คะแนนอย่างไร หรือบอกว่าจะบอกทีหลัง - อาจารย์ที่ไม่ได้บอกเกณฑ์การให้คะแนน หรือบอกเหมากว้างๆ รวมๆ ไม่ได้บอกให้ชัดเจน เรื่องการให้คะแนน มักจะเกิดเหตุการณ์แปลกๆ ตอนตัดคะแนนและเกิดเหตุเซอร์ไพรซ์ให้นักศึกษาเสมอ

    5) อาจารย์ที่ให้การบ้านเยอะมากเกินไป - อาจารย์ที่ไม่สามารถกะระยะเวลาที่นักศึกษาทำงานได้ หรือให้โดยไม่ได้คาดหวังว่าจะตรวจงานหรือให้คะแนนแต่อย่างใด 

    6) อาจารย์ที่มีกฎหยุมหยิมเต็มไปหมด - อาจารย์บางคนมีกฎเยอะแยะมาก เยอะจนราวกับว่านักศึกษามานั่งเรียน หรือมาทำอะไร

    7) อาจารย์ที่ไม่เคยสอนจนจบเวลา - อาจารย์ที่ไม่ได้วางแผนว่าจะสอนอะไร หรืออาจารย์ที่ไม่มีประสบการณ์มักจะไม่สามารถคำนวณได้ว่าจะสอนอะไรจนหมดเวลา หรืออาจารย์บางคนสอนปิดคอร์สก่อนเป็นเดือนก็ยังมี

    8) อาจารย์ที่ไม่เคยรู้ว่าสื่อที่ใช้สอนคืออะไรบ้าง - อาจารย์บางคนไม่เคยเปิดสไลด์ของตัวเอง หรือเซฟมาจากของคนอื่นมาเปิดครั้งแรกตอนสอน อาจารย์บางคนก็ไม่เคยทำการบ้านที่ตัวเองสั่ง ก็ลองคิดดูว่าได้อาจารย์แบบนี้มาสอน เราจะได้อะไร

    9) อาจารย์สอนให้งง - อาจารย์ที่สอนนักศึกษาเรื่องยากๆ ให้เข้าใจง่ายๆ ไม่ได้ อาจารย์แบบนี้คิดได้อย่างเดียว ทำได้อย่างเดียว แต่สอนไม่ได้

    10) อาจารย์ที่ไม่เคยคุยกับนักศึกษา - อาจารย์ที่มาถึงก็สอน ก็ใส่ อย่างเดียว และไม่มีปฏิสัมพันธ์กับนักศึกษา ก็ไม่ต่างอะไรกับเป็นหนังสือเล่มหนึ่งที่พูดได้

    ส่วนหนึ่งแปลจาก 
    http://www.usnews.com/education/blogs/professors-guide/2010/01/06/10-warning-signs-of-a-bad-professor

    ปริญญาเอก หรือภาษาอังกฤษที่ใช้กันว่า Ph.D. หรือ D.Phil (Doctor of Philosophy) เป็นปริญญาที่สูงสุดในสายวิชาการ ที่เพิ่มเวลาเรียนอีก 4 ปี และเรียนเน้นๆ ในด้านงานวิจัยอย่างเดียว

    แต่ทว่า หลายคนไม่เคยรู้ว่าได้ปริญญาเอก แล้วจะ

    เป็นเกียรติอย่างสูง
    ดอกเตอร์หลายคนที่ได้ปริญญาเอกมา มักจะมีนิสัยเสียคล้ายกันคือ เริด เชิด หยิ่ง และคิดเสมอว่าเป็นเกียรติและเป็นอภิสิทธิชนอย่างมาก ในความเป็นจริง เมื่อคุณจบปริญญาเอกมาและเริ่มทำงาน เพื่อนร่วมงานของคุณเกือบทุกคนก็จบปริญญาเอก ดังนั้นคุณก็ไม่ต่างอะไรจากพวกเขาเลย 

    มั่นใจว่าใครๆ ก็จะฟังความเห็น
    หลายคนชอบคิดเองเออเองว่า ถ้าเขาจบปริญญาเอกเมื่อไร คำพูดทุกอย่างที่เขาพูด จะมีแต่คนฟังและเห็นด้วย ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว จะมีแค่กลุ่มคนส่วนน้อยเท่านั้นที่จะคิดว่าดอกเตอร์พูดอะไรก็ถูกเสมอ 

    เป้าหมายของชีวิต
    ถ้าคุณต้องการแค่ใบปริญญามาแขวนไว้ผนังห้อง เพื่อเชิดหน้าชูตา มันมีอีกหลายวิธีที่ง่าย และสบายกว่าเรียนปริญญาเอก ปริญญาเอกไม่ได้เป็นเป้าหมายเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นต่างหาก

    มีงานทำ
    เรื่องที่หลายคนเข้าใจว่ายิ่งเรียนเยอะ บริษัทจะรับเข้าทำงานนั้น มันกลับตรงกันข้าม บริษัทเอกชนหลายแห่งจะปฏิเสธในการรับคุณเข้าทำงานมากขึ้นหากคุณจบปริญญาเอก หลายบริษัทเชื่อว่าคนจบปริญญาเอกมักจะทำงานไม่เป็น และไม่สู้งาน ขณะที่ต้องจ่ายค่าแรงสูงกว่าตามวุฒิ ดังนั้นโอกาสหางานคุณก็จะลดลงมาทันทีเหลือโอกาสอีกอย่างเดียวคือ การเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย

    ทำเพื่อพ่อ ทำเพื่อแม่
    แม่จะได้ดีใจ พ่อจะได้ดีใจ ทุกคนจะได้อวดเพื่อนพ่อเพื่อนแม่ได้ว่า ลูกฉันได้ดอกเตอร์ เรียนปริญญาเอก ซึ่งแน่ใจได้เลยว่า ถ้าคิดแค่นี้รับรองความตั้งใจเรียนไม่จบปริญญาเอกแน่นอน มันเรียนหนักกว่าที่คิด

    พิสูจน์ว่าตัวเองฉลาด
    เตรียมเสียใจได้เลย เพราะการเรียนปริญญาเอกนั้นไม่ได้หมายถึงว่าคุณฉลาดกว่าคนจบปริญญาโท หรือปริญญาตรีด้วยซ้ำ เพียงแต่บอกแค่ว่าคุณใช้เวลาเรียนกับงานวิจัยเท่านั้น และสิ่งที่จะได้เจอคือ ความท้อแท้ที่คุณจะเรียนรู้กับเรื่องไม่เคยเจอ การทำงานหนักข้ามวันข้ามคืน การทำงานผิดแล้วผิดอีก และการโดนด่าเช้าด่าเย็นกับความโง่ของตัวเอง และเมื่อเรียนไปได้ครึ่งนึงคุณจะรู้สึกว่าไม่ฉลาดเลย และก็ลาออกในที่สุด

    สนใจทำวิจัยเรื่องนี้ไปตลอดชีวิต
    หลายคนเชื่อว่า เขาสามารถเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องใดเรื่องหนึ่งได้ตลอดไป แต่ในโลกของงานวิจัยนั้น หัวข้อใหม่ๆ เกิดขึ้นมาตลอดเวลา แตกแขนงเป็นความรู้ใหม่เพิ่มขึ้นทุกวัน นักวิจัยที่ทำเรื่องเดิม เครื่องมือเดิม แนวเดิม สิ่งที่ตามมาคือคุณจะไม่มีอะไรใหม่ และเรื่องที่คุณสนใจจะกลายเป็นเรื่องน่าเบื่อในที่สุด

    ง่ายกว่าที่จะไปสมัครงาน
    ถ้าคุณจบปริญญาโท การสมัครเข้าเรียนปริญญาเอกนั้นง่ายแสนง่ายถ้าเทียบกับการสมัคร แต่ทว่าการเรียนจบปริญญาเอกนั้นยากแสนยาก หลายคนที่เริ่มเรียนปริญญาเอกแล้วลาออก หรือโดนไล่ออกจากมหาวิทยาลัยมีให้เห็นเยอะแยะ

    คิดว่าเรียนสูงให้สุดดีกว่า
    หลายคนเข้าใจผิดว่าเรียนจบ ตรี -> โท -> เอก (ตามชื่อที่เรียก) แต่ในความเป็นจริง ความรู้ของปริญญาเอกไม่ได้สูงไปกว่าปริญญาโทเลย ซึ่งในต่างประเทศจะถือได้ว่าเรียนวิชาในระดับเดียวกัน เพียงแค่ว่าปริญญาเอกจะเน้นการเรียนรู้ในเชิงวิจัยซะเกือบ 100%

    ทำเงินได้เยอะ
    รายได้เริ่มต้นของปริญญาเอกในเมืองไทยจะอยู่ประมาณ 20,000 บาท สอง-หมื่น-บาท เท่านั้น สูงกว่านักศึกษาปริญญาตรีจบใหม่นิดหน่อย (ดูได้ที่เงินเดือนของอาจารย์มหาวิทยาลัย) พอฐานเงินเดือนน้อยก็ปรับเงินเดือนน้อยตาม ทำงานไปจนตายเงินเดือนก็คงอยู่ซักแสนในบั้นปลายชีวิต 

    ขณะที่หลายคนก็มีไอเดีย เราไม่ต้องสอน ไปรับงานนอกเอาชื่อดอกเตอร์เป็นตัวหาเงิน ก็ต้องระวังไม่เหมือนสมัยก่อน เพราะสมัยนี้โดดสอนบ่อยๆ นักศึกษาเริ่มมีปากมีเสียงเริ่มมีการเขียนด่ากันในโลกออนไลน์กันเลยทีเดียว 

    เนื้อความส่วนหนึ่งแปลจาก Notes On The PhD Degree

    ฟังก์ชันพื้นฐานอีกตัวหนึ่งที่ติดมากับวินโดวส์ (Windows 7) ที่หลายๆ คนใช้กันบ่อย ขณะที่หลายคนอาจไม่เคยแม้แต่ได้ยิน โปรแกรมนี้ เป็นโปรแกรมตัวเล็กๆ ช่วยให้เราสามารถเขียนสมการทางคณิตศาสตร์ได้ง่ายๆ ไม่ว่าเราจะใส่สมการลงในรายงานที่เขียนด้วย Words หรือใส่ในสไลด์สำหรับนำเสนอใน PowerPoint ก็แล้วแต่ โดยโปรแกรมตัวนี้ชื่อว่า Math Input Panel ซึ่งติดมากับ Windows 7 นั่นเอง 

    ตัวอย่างของโปรแกรมจะเป็นช่องให้เขียน โดยช่องสีเหลืองไว้เขียน ขณะที่ช่องสีขาวเป็นช่องแสดงผล (ขออภัย ลายมือค่อนข้างแย่ ^_^)

    หน้าตา Math Input Panel
    วิธีใช้เพียงเข้าไปที่ปุ่ม Start ของวินโดวส์ ทางขวาล่างของจอ แล้วก็หาโปรแกรมตัวนี้ ซึ่งหากหาไม่เจอก็สามารถพิมพ์คำว่า math input เข้าไปตัววินโดวส์ก็จะหาให้เรา

    ค้นหา Math Input Panel

    พอเปิดโปรแกรมขึ้นมา เราก็เขียนสมการด้วยเมาส์ แล้วทางโปรแกรมจะแปลงเป็นสูตรคณิตศาสตร์ให้เราเองทันที ง่ายดายนักเชียว ซึ่งหากใครมีเมาส์ปากกาด้วยแล้ว การเขียนจะง่ายดายยิ่งขึ้นหลายเท่าตัวเลยทีเดียว พอเขียนเสร็จเราก็กดปุ่ม Insert ตรงมุมล่าง สูตรที่เราเขียนก็จะไปใส่ในโปรแกรมที่เราต้องการได้ หากเปิดโปรแกรมนั้นค้างไว้

    ใช้ Math Input Panel กับ PowerPoint

    หากใครสนใจรายฟังก์ชันอื่นๆ ของโปรแกรมตัวนี้ อ่านเพิ่มได้เว็บไมโครซอฟท์ครับ windows.microsoft.com/.../Use-Math-Input-Panel...-equations