เรื่องของ e นั่น และ é นี่
posted on 28 Apr 2008 01:15 by itsheeกลับอีกครั้งกับ โครงการ A ยันไปถึง Z คราวนี้พูดถึงเรื่องของตัว e ที่ใช้ในภาษาอังกฤษ รวมถึง é ที่บางครั้งจะมีให้เห็นบ้างในภาษาอังกฤษ
โดยเสียงสระของตัว e นั้นสามารถออกเสียงได้ 4 เสียง ได้แก่
- [i] - อี เช่น be (บี)
- [ɛ] - เอ เช่น met (เม็ต)
- [ə] - เออะ เช่น anthem (แอนเธิม)
- [ɪ] - อิ เช่น pretty (พริตตี้)
นอกจากสระเดี่ยวแล้วยังมีเสียงของสระผสมจากตัว e มากกว่า 20 เสียง ถ้าดูแค่ตัว eo ยังมีถึงสามเสียง people (พี-), yeoman (โย-), jeopardy (เจ็พ-) ในขณะเดียวกันตัว é จะออกเสียง [e] - เอ ได้อย่างเดียว เช่น café คาเฟ่ ซึ่งหลายครั้งจะเห็นเขียน cafe เพราะพิมพ์ง่ายกว่า
คราวนี้ก็มาถึงคำถามแล้วว่า จะรู้ได้อย่างไรว่าตัว e นั้นออกเสียงไหน ซึ่งคำตอบก็คือ "จำอย่างเดียว" เพราะเท่าที่ดูก็ไม่มีหลักตายตัวเท่าไร โดยหลักของผมเอง (ไม่มีทฤษฎีอ้างอิงนะครับ) ก็จะดูตำแหน่งของตัว e ว่าอยู่ตรงไหน โดยถ้า e อยู่ท้ายพยางค์ (ไม่ใช่ท้ายคำ) คำนั้นส่วนใหญ่จะออกเสียง [อี] แต่ถ้า e อยู่กลางพยางค์ ก็จะออกเสียง [เอ] ส่วนเสียง [เออะ] และ [อิ] นั้น นานๆ จะโผล่มาที ซึ่งหากแยกพยางค์ จะพอเห็นภาพได้ว่าคำนั้นอ่านอย่างไร ตัวอย่างเช่น
- recipe →rec-i-pe → เรซซิพี หรือ เรซเซอะพี (เรซิพี สำหรับสะกด) ซึ่งความหมายคือ สูตรอาหาร
- resume คำนี้เป็นคำพ้องรูปซึ่งอ่านได้สองแบบ และมีสองความหมาย
- → re-su-me → เรซูเม ซึ่งมาจากคำว่า résumé อันนี้คือประวัติการทำงาน
- → re-sume → รีซูม หมายถึงการทำต่อหลังจากที่หยุดไป
- Reno → Re-no →รีโน (ชื่อเมืองในรัฐเนวาดา สหรัฐอเมริกา)
- refuse → re-fuse → รีฟิวส์ - ปฏิเสธ จะเห็นว่า re อ่านว่า รี
- refute → re-fute → รีฟิวต์ - โต้แย้งพิสูจน์ว่าเป็นเท็จ
- revolution → rev-o-lu-tion → เรฟโวลูชัน จะเห็นว่าคำนี้แยกพยางค์ เป็น rev ไม่ใช่ re ซึ่งถ้าแยกผิดก็จะอ่านผิดไปคนละคำ
- memory → mem-o-ry → เมม-โม-รี (หรือสะกด เมโมรี) หมายถึงความจำ หรือหน่วยความจำ จะเห็นว่าคำนี้แยกพยางค์ เป็น mem เลยอ่านเป็นเสียง [เอ] เพราะตัว e อยู่กลางพยางค์
- memo → mem-o → เมม-โม (หรือสะกด เมโม) ซึ่งหมายถึงที่เราจดกันลืม
- cafe, café → ca-fe → คาเฟ (คาเฟ่) คือร้านที่ขายกาแฟ คำนี้มาจากฝรั่งเศสคำว่า café
- saute → sau-te → โซเท คือการทอดแบบหนึ่ง ไม่ว่าทอดด้วยน้ำมันน้อย หรือทอดด้วยเนย มาจากฝรั่งเศสคำว่า sauté
- fedora → fe-do-ra → เฟดอรา หรือ ฟีดอรา หมวกชนิดหนึ่งที่ตรงกลางจะบุ๋มลงไป ซึ่งอันนี้คนไทยรู้จักกันดีเพราะเป็นชื่อลินุกซ์ตัวหนึ่ง โดยชื่อก็มาจากลักษณะหมวกของชาโดว์แมนสัญลักษณ์ของเรดแฮต คำนี้มาจากภาษาฝรั่งเศสคำว่า fédora เลยอ่านเป็น เฟ-ดอ-รา แต่ในบางครั้งจะได้ยินอ่านว่า ฟีดอรา หรือ ฟีโดรา ตามลักษณะของ e ท้ายพยางค์ที่กล่าวไว้
- pretty → pret-ty → พริตตี (ในไทยจะสะกด พริตตี้ั) คำนี้ถึงแม้ว่า e อยู่กลางพยางค์ แต่ก็อ่านเป็นสระอิ ซึ่งนานๆ ทีจะเห็น e เป็นสระอิ
คำถามที่ถามต่อว่าจะแยกพยางค์อย่างไร คำตอบเดียวก็คือคนไทยเราก็คงต้องเปิดดิกชันนารีอย่างเดียว
อย่างไรก็ตามคนอเมริกัน จะอ่าน e ด้วยเสียง [อี] เป็นหลัก ซึ่งตรงข้ามกับทางยุโรปจะอ่าน e ด้วยเสียง [เอ] เป็นหลัก ซึ่งทำให้คำที่สะกดด้วย e อย่างเช่นโรมะจิของญี่ปุ่นที่ออกเสียง [เอะ - เอ] เพี้ยนไปเป็น [อี] ซึ่งชาวอเมริกันอ่านผิดกันทั้งประเทศ จนกลายเป็นภาษาอังกฤษอเมริกันไปซะแล้ว อย่างเช่น
- karaoke - อเมริกันชนอ่าน คาราโอคี ถ้าเราไปบอกเขาว่าอ่าน คาราโอเกะ เขาจะบอกว่าเราอ่านผิด
- sake - อเมริกันชนอ่าน สาคี ซึ่งก็คือ สาเก ที่คนไทยเราอ่านกัน แต่คนญี่ปุ่นอ่านว่า ___ (ให้คนมาคอมเมนต์ช่วยเฉลยละกันครับ)
- Pokemon - อเมริกันชนอ่าน โพคีมอน ซึ่งจะเห็นว่าต่อมาทางโลโก้ โปเกมอน เขียนทับศัพท์ว่า Pokémon แทน เพื่อบอกให้รู้ว่าอ่านสระเอ
โดยสรุปคือ ถ้าเห็นตัวอักษร é ก็มั่นใจได้เลยว่าอ่านเป็นเสียง [เอ] แต่ส่วนตัวอักษร e ก็อาจเดาไว้ก่อนว่าไม่เป็นเสียง [เอ] ก็ [อี] ขอบคุณที่ติดตามโครงการ A ยันไปถึง Z ครับ
ป.ล. ถ้าต้องการพิมพ์ตัวอักษร é สามารถพิมพ์ได้ผ่านคีย์บอร์ดโดยกด alt ค้างไว้ ตามด้วยตัวเลข 130 (จากแป้นตัวเลขด้านขวาของคีย์บอร์ด) ก็จะได้ตัว é เช่นเดียวกับตัวอักษรแปลกอื่น ๆ ไม่ว่า â (131), £ (156), ¥ (157)









การที่อเมริกันชนอ่านผิดก็ไม่แปลกครับ
เพราะความที่เค้าต้องการให้ตนเอง น่ะเป็น Uniqueness Countryครับ
ส่วนเรื่องคำอ่านเนี่ย
ผมว่า ออ่านจากตัว Phonetics จะเป็นวิธีที่น่าจะง่ายกว่านะ
however , Phonetics Alphabehtเนี่ย แต่ละสำนักก็ไม่เหมือนกัน
อีกล่ะครับ
ทำใจ
#1 By Xielz de Heart on 2008-04-28 02:43