ติดตั้ง Drupal ลงในเซิร์ฟเวอร์
posted on 07 May 2009 11:42 by itshee in Drupalบล็อกนี้เป็นซีรีส์ของ คู่มือปรุงเว็บไซต์ฉบับ non-programmer โดยนำเคสของ stylelurf.com มาให้ดูกันครับ จะเป็นการเล่าของการทำเว็บไซต์ยากๆ โดยไม่จำเป็นต้องรู้โค้ด PHP หรือ MySQL ซักนิดเดียว
หลังจากเอนทรีก่อนหน้าสร้างฐานข้อมูล กับแก้ mod_rewrite กันเรียบร้อยแล้ว ก็คราวนี้ทุกอย่างก็พร้อมใช้ พร้อมติดตั้งดรูปัล (Drupal) กันได้ ส่วนสาเหตุที่ใช้ Drupal แทนที่ซอฟต์แวร์ตัวอื่นอย่าง Joomla หรือ Wordpress เดี๋ยวเอนทรีต่อๆ ไปจะมาอธิบายครับ โดยในนี้จะแบ่งเป็น 3 ขั้นตอนง่ายๆ คือ (1) ดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ (2) อัปโหลดซอฟต์แวร์ (3) ติดตั้งซอฟต์แวร์
1) ดาวน์โหลดคงไม่ต้องว่าอะไรกันมาก คนไทยเราเชี่ยวชาญการดาวน์โหลดอยู่แล้ว ก็เข้าไปที่เว็บ drupal.org แล้วก็จะมีให้ดาวน์โหลดเอง โดยตอนนี้ก็มีสองรุ่นคือ 6.x กับ 5.x ซึ่งเลขท้ายหลังจุดก็ไม่มีอะไรมากเป็นรุ่นอัปเดต อย่างปัจจุบันก็เป็นรุ่น 6.11 และ 5.17 ก็โหลดตัว 6.11 มาละกัน โหลดตรงที่ลิงก์ drupal-6.11.tar.gz (ซึ่งถ้าเจอตัวใหม่กว่าก็โหลดตัวนั้น) คราวนี้พอได้ไฟล์มานามสกุล .gz หลายคนอาจจะงงไปพักนึง เพราะไม่รู้จะใช้อะไรเปิด ก็ลองใช้โปรแกรม zip ที่มีเปิดได้เลย หรือถ้าเปิดไม่ได้ก็โหลด 7-zip (7-zip.org) โปรแกรมซิปเสรีและไม่ละเมิดลิขสิทธิ์บ้านเมืองใคร พออันซิปออกมาก็จะได้มาหนึ่งโฟลเดอร์ drupal-6.11 และข้างในมีไฟล์และโฟลเดอร์อีกเพียบ
2) อัปโหลดซอฟต์แวร์นี้ อันนี้จะเป็นวิธีสำหรับคนใช้ WampServer เช่นเคย หากใครใช้ WAMP หรือ XAMPP ตัวอื่นก็ลองดูตามคู่มือ และหากใครใช้เซิร์ฟเวอร์จริงอัปโหลดขึ้นเซิร์ฟเวอร์เลย ใน WampServer ตัวเซิร์ฟเวอร์เราก็จะอยู่ที่ C:\wamp ใครหาไม่เจอก็ไปเปิด My Computer ในวินโดวส์เอาได้ เราก็ก๊อปโฟลเดอร์ที่อันซิปจากขั้นตอนแรก แล้วไปวางในโฟลเดอร์นี้ เสร็จแล้วก็อาจเปลี่ยนชื่อ เพื่อให้ง่ายต่อการเรียกใช้ ในนี้ผมเปลี่ยนจาก drupal-6.11 เป็น drupal เฉยๆ
เสร็จแล้วก็เข้าที่โฟลเดอร์ drupal -> sites -> default แล้วก๊อปไฟล์ default.settings.php มาเป็นอีกไฟล์หนึ่ง แล้วตั้งชื่อว่า settings.php ตามภาพ (ซึ่งหากใครใช้บนเซิร์ฟเวอร์จริง ก็ทำเหมือนกัน) เป็นการเสร็จสิ้นขั้นตอนนี้
3) ตอนนี้เราก็มีทุกอย่างพร้อมแล้ว ก็เข้าไปเปิดเบราว์เซอร์ สำหรับคนใช้ WAMP เข้าไปที่หน้า http://localhost/drupal (ไม่มี .com นะ อย่าลืม) ส่วนใครใช้เซิร์ฟเวอร์จริง ก็ใช้ชื่อโดเมนของตัวเองเลย ก็จะเจอหน้าตาซอฟต์แวร์พร้อมติดตั้งดังภาพ
เริ่มแรกก็เลือกภาษาก่อน จริงๆ มันมีมาให้ภาษาเดียว ซึ่งหากใครจะใช้ภาษาไทย แนะนำให้ติดตั้งเพิ่มทีหลัง ตอนนี้ก็เลือกที่ Install Drupal in English Language ก่อน พอกดเสร็จ ก็จะไปหน้าถัดไป ตรวจสอบนู่นนี่ และก็จะเจอหน้าอีกถัดนึง ก็จะให้ใส่ข้อมูล database ที่เราสร้างไว้จากคราวที่แล้ว ก็ใส่ข้อมูลลงไปตามภาพ
คราวก่อนที่เราสร้างไว้ ก็ใส่ไปตามนั้น โดยข้างล่างนี่ผมใส่ไว้
- database name: mydrupal
- database username: manop
- database password: xxxxxxx
สำหรับคนที่ติดตั้งในโฮสต์จริง อาจจะต้องกด advanced options ด้านล่าง แล้วกรอกช่อง
- database host: ใส่ชื่อโฮสต์ที่ได้มา ส่วนคิดติดตั้งใน WAMP ก็ใส่ localhost เหมือนเดิม
- database port: ก็ปล่อยว่างไว้ก็ได้
- table prefix: ก็ปล่อยว่างไว้ก็ได้ แต่ถ้าใครอยากติดตั้งหลายตัวใน database ตัวเดียว ก็ใส่ส่วนนี้
หลังจากนั้นก็กด next ไปอีกเรื่อยๆ คราวนี้ก็จะตั้งค่าเว็บไซต์เราแล้ว โดยค่าเหล่านี้กลับมาแก้ทีหลังได้ไม่ต้องคิดมาก อย่างหน้านี้ผมก็ใส่
- site name: myDrupal
- site email address: อันนี้ก็ใส่อีเมลเราไปก่อนโดยอีเมลนี้จะใช้เป็นอีเมลในการต้อนรับคนที่มาสมัครใหม่ แก้ทีหลังได้
- username: อันนี้เป็น user ของ admin ของเว็บนี้
- password: อันนี้ก็ด้วย
- default time zone: อันนี้ก็เลือกเขตเวลาเลย ถ้าประเทศไทยจะอยู่ที่ +07:00
- clean URLs: อันนี้เลือก enabled ถ้าช่องนี้เป็นสีเทาเลือกไม่ได้ให้ลองย้อนไปอ่านที่ ปรับ mod_rewrite สำหรับทำ URL
- check for update: อันนี้ก็ติ๊กไว้
เสร็จแล้วก็กด save and continue เพียงแค่นี้ก็เสร็จแล้ว คุณก็จะได้เว็บดรูปัลมาหนึ่งตัว ดังภาพด้านล่างเลย
พอติดตั้งเสร็จ จะอึ้งไปอีกพักนึง เพราะมันไม่มีอะไรให้เลย อารมณ์เหมือนกับว่าไม่ได้ติดตั้งอะไรซักนิดเดียว โดยว่าไปแล้วดรูปัลจะแตกต่างกับซอฟต์แวร์ตัวอื่นคือ ติดตั้งเสร็จแล้ว มันแทบจะทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากเอาไว้เขียนบล็อก ต้องติดตั้งและเซ็ตค่าอย่างอื่นอีกพอสมควร แต่รับรองว่าคุณเองสามารถติดตั้งและสร้างเว็บไซต์ใหญ่ๆ หรือทำเว็บไซต์แข่งกับ Stylelurf ได้โดยไม่ต้องเป็นโปรแกรมเมอร์ หรือว่าไปเรียนรู้โค้ดยากๆ ซักนิดเดียว ความอลังการและความสนุกของดรูปัลจะเริ่มต้นขึ้นจากนี้ ติดตามได้ในตอนต่อไป ถ้าใครอยากลองเล่นอะไรก็กดเข้าส่วน administer ได้ครับ แต่เข้าไปแล้วจะรู้สึกถึงความงงและอึ้งอีกหนึ่งรอบ
เหมือนเดิมครับ คำถามข้อสงสัยถามได้ในคอมเมนต์หรือผ่านทวิตก็ได้ที่ @manop










#1 By V@R on 2009-05-07 13:19