• knife set
  • feed

    ปริญญาเอก หรือภาษาอังกฤษที่ใช้กันว่า Ph.D. หรือ D.Phil (Doctor of Philosophy) เป็นปริญญาที่สูงสุดในสายวิชาการ ที่เพิ่มเวลาเรียนอีก 4 ปี และเรียนเน้นๆ ในด้านงานวิจัยอย่างเดียว

    แต่ทว่า หลายคนไม่เคยรู้ว่าได้ปริญญาเอก แล้วจะ

    เป็นเกียรติอย่างสูง
    ดอกเตอร์หลายคนที่ได้ปริญญาเอกมา มักจะมีนิสัยเสียคล้ายกันคือ เริด เชิด หยิ่ง และคิดเสมอว่าเป็นเกียรติและเป็นอภิสิทธิชนอย่างมาก ในความเป็นจริง เมื่อคุณจบปริญญาเอกมาและเริ่มทำงาน เพื่อนร่วมงานของคุณเกือบทุกคนก็จบปริญญาเอก ดังนั้นคุณก็ไม่ต่างอะไรจากพวกเขาเลย 

    มั่นใจว่าใครๆ ก็จะฟังความเห็น
    หลายคนชอบคิดเองเออเองว่า ถ้าเขาจบปริญญาเอกเมื่อไร คำพูดทุกอย่างที่เขาพูด จะมีแต่คนฟังและเห็นด้วย ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว จะมีแค่กลุ่มคนส่วนน้อยเท่านั้นที่จะคิดว่าดอกเตอร์พูดอะไรก็ถูกเสมอ 

    เป้าหมายของชีวิต
    ถ้าคุณต้องการแค่ใบปริญญามาแขวนไว้ผนังห้อง เพื่อเชิดหน้าชูตา มันมีอีกหลายวิธีที่ง่าย และสบายกว่าเรียนปริญญาเอก ปริญญาเอกไม่ได้เป็นเป้าหมายเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นต่างหาก

    มีงานทำ
    เรื่องที่หลายคนเข้าใจว่ายิ่งเรียนเยอะ บริษัทจะรับเข้าทำงานนั้น มันกลับตรงกันข้าม บริษัทเอกชนหลายแห่งจะปฏิเสธในการรับคุณเข้าทำงานมากขึ้นหากคุณจบปริญญาเอก หลายบริษัทเชื่อว่าคนจบปริญญาเอกมักจะทำงานไม่เป็น และไม่สู้งาน ขณะที่ต้องจ่ายค่าแรงสูงกว่าตามวุฒิ ดังนั้นโอกาสหางานคุณก็จะลดลงมาทันทีเหลือโอกาสอีกอย่างเดียวคือ การเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย

    ทำเพื่อพ่อ ทำเพื่อแม่
    แม่จะได้ดีใจ พ่อจะได้ดีใจ ทุกคนจะได้อวดเพื่อนพ่อเพื่อนแม่ได้ว่า ลูกฉันได้ดอกเตอร์ เรียนปริญญาเอก ซึ่งแน่ใจได้เลยว่า ถ้าคิดแค่นี้รับรองความตั้งใจเรียนไม่จบปริญญาเอกแน่นอน มันเรียนหนักกว่าที่คิด

    พิสูจน์ว่าตัวเองฉลาด
    เตรียมเสียใจได้เลย เพราะการเรียนปริญญาเอกนั้นไม่ได้หมายถึงว่าคุณฉลาดกว่าคนจบปริญญาโท หรือปริญญาตรีด้วยซ้ำ เพียงแต่บอกแค่ว่าคุณใช้เวลาเรียนกับงานวิจัยเท่านั้น และสิ่งที่จะได้เจอคือ ความท้อแท้ที่คุณจะเรียนรู้กับเรื่องไม่เคยเจอ การทำงานหนักข้ามวันข้ามคืน การทำงานผิดแล้วผิดอีก และการโดนด่าเช้าด่าเย็นกับความโง่ของตัวเอง และเมื่อเรียนไปได้ครึ่งนึงคุณจะรู้สึกว่าไม่ฉลาดเลย และก็ลาออกในที่สุด

    สนใจทำวิจัยเรื่องนี้ไปตลอดชีวิต
    หลายคนเชื่อว่า เขาสามารถเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องใดเรื่องหนึ่งได้ตลอดไป แต่ในโลกของงานวิจัยนั้น หัวข้อใหม่ๆ เกิดขึ้นมาตลอดเวลา แตกแขนงเป็นความรู้ใหม่เพิ่มขึ้นทุกวัน นักวิจัยที่ทำเรื่องเดิม เครื่องมือเดิม แนวเดิม สิ่งที่ตามมาคือคุณจะไม่มีอะไรใหม่ และเรื่องที่คุณสนใจจะกลายเป็นเรื่องน่าเบื่อในที่สุด

    ง่ายกว่าที่จะไปสมัครงาน
    ถ้าคุณจบปริญญาโท การสมัครเข้าเรียนปริญญาเอกนั้นง่ายแสนง่ายถ้าเทียบกับการสมัคร แต่ทว่าการเรียนจบปริญญาเอกนั้นยากแสนยาก หลายคนที่เริ่มเรียนปริญญาเอกแล้วลาออก หรือโดนไล่ออกจากมหาวิทยาลัยมีให้เห็นเยอะแยะ

    คิดว่าเรียนสูงให้สุดดีกว่า
    หลายคนเข้าใจผิดว่าเรียนจบ ตรี -> โท -> เอก (ตามชื่อที่เรียก) แต่ในความเป็นจริง ความรู้ของปริญญาเอกไม่ได้สูงไปกว่าปริญญาโทเลย ซึ่งในต่างประเทศจะถือได้ว่าเรียนวิชาในระดับเดียวกัน เพียงแค่ว่าปริญญาเอกจะเน้นการเรียนรู้ในเชิงวิจัยซะเกือบ 100%

    ทำเงินได้เยอะ
    รายได้เริ่มต้นของปริญญาเอกในเมืองไทยจะอยู่ประมาณ 20,000 บาท สอง-หมื่น-บาท เท่านั้น สูงกว่านักศึกษาปริญญาตรีจบใหม่นิดหน่อย (ดูได้ที่เงินเดือนของอาจารย์มหาวิทยาลัย) พอฐานเงินเดือนน้อยก็ปรับเงินเดือนน้อยตาม ทำงานไปจนตายเงินเดือนก็คงอยู่ซักแสนในบั้นปลายชีวิต 

    ขณะที่หลายคนก็มีไอเดีย เราไม่ต้องสอน ไปรับงานนอกเอาชื่อดอกเตอร์เป็นตัวหาเงิน ก็ต้องระวังไม่เหมือนสมัยก่อน เพราะสมัยนี้โดดสอนบ่อยๆ นักศึกษาเริ่มมีปากมีเสียงเริ่มมีการเขียนด่ากันในโลกออนไลน์กันเลยทีเดียว 

    เนื้อความส่วนหนึ่งแปลจาก Notes On The PhD Degree

    Comment

    smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
    smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

    Tweet

    อ่านแล้วรู้สึกคิดถูกที่ไม่คิด (เสียตังค์+เวลา) เรียนต่อ open-mounthed smile
     
    Hot!

    #1 By BRÄU on 2012-05-12 09:01

    ตอนนี้คิดว่าจบโทก็พอ
    "โท" ในสาขาวิชาที่จะได้เอามาใช้ทำงานจริงๆ สาขาที่อยากเรียน
    Hot! big smile

    #2 By iamdozenist on 2012-05-12 11:57

    Hot! Hot! Hot!
    ทำให้นึกถึงสุภาษิตที่ว่า ความรู้ท่วมหัว เอาตัวไม่รอดค่ะ

    #3 By comboset on 2012-05-13 00:10

    You make it enjoyable and you still care for to keep it smart.I cant wait to read much more from you. This is really a great website.

    #4 By Air Conditioner (103.7.57.18|182.178.198.20) on 2012-05-17 22:13

    แน่นอนครับ เขาดู Skill มากกว่า :P !!!

    เรื่องเงิน แน่นอน จบ ป.4 รวยระดับโลกเยอะแแยะ

    เมืองไทยสังคมอุดมปริญญาแต่ คนจนเยอะติดอันดับโลก น่าคิดอยู่นะ แสดงว่าไม่ด้วัดอะไรหรอกcry cry

    #5 By Shuu Exteen on 2012-05-29 11:28

    ก็เป็นอีกค่านิยมหนึ่งที่กำลังจะที่ล้าสมัยไปแล้ว
    เหมือนความเชื่อที่ว่า เชื่อผู้นำประเทศแล้วชาติืเจริญ
    ซึ่งหมดสิ้นไปแล้วbig smile question  (ได้ทุกอีโมเชียว)
    คนโพสดูเหมือนมีความฝังใจกับคนที่มีการศึกษาสูง คนจบปริญญาเอกส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นอยา่างที่คุณกล่าวถึง คนส่วนใหญ่มีความมุ่งมั่นสูง อุตสาหะและอดทนมาก รวมถึงต้องเป็นคนที่มีสติปัญญาดี พูดง่ายๆก็คือเรียนเก่ง ไม่อย่างนั้นไม่มีใครเข้ารับไปเรียนต่อหรอก หลายๆคนทุ่ทเททำงานวิจัยด้วยจิตสำนึกเพื่อพัฒนาชาติบ้านเมืองของเรา เพื่อจะได้มีเทคโนโลยีและความรู้เป็นของตัวเอง ไม่ต้องพึ่งพาประเทศที่เค้าเจริญแล้ว คนจบเอกเดินสวนกับคุณ ใช้ชีวิตในสังคมร่วมกับคุณโดนที่คุณไม่รู้หรอกว่าเค้าจบเอก คุณจะรู้ก็ต่อเมื่อได้ทำงานร่วมกันหรือในงานที่ต้องแสดงตำแหน่ง ไม่มีใครเดินห้างแล้วติดป้ายว่า ดร หรอก คนดีๆเป็นสติปัญญาของชาติบ้านเมือง ตั้งใจทำเพื่อสังคม มาอ่านโพสของคุณแล้ว เค้าคงไม่สบายใจ แต่ไม่ถึงกับหมดกำลังใจหรอก เพราะคุณแค่เข้าใจสังคมของคนเรียนปริญญาเอกผิด หวังว่าคุณจะเปิดใจและมองโลกอย่างเป็นธรรมและบริสุทธิ์ใจที่จะวิจารณ์มากขึ้นในซักวัน

    #7 By Nanajittang (103.7.57.18|223.204.54.143) on 2012-09-12 15:38

    โลกทัศน์แคบเหลือเกิน ที่มีเน็ตใช้กันทุกวันนี้ก็เพราะพวกด๊อกเตอร์เขาช่วยกันคิดวิจัยประดิษฐ์ขึ้นมาทั้งนั้นแหละ หัดมองคนอื่นในแง่ดีบ้าง

    #8 By กา (103.7.57.18|49.0.122.238) on 2012-09-24 14:33

    อ่านแล้วรู้สึกตอดลบกับคนที่เขียนข้อความนี้มากเลย ปัญญาอ่อนว่ะ
    มีอคติกับคนที่จบปริญยาเอกหรือเปล่าเนี่ย

    #9 By เบื่อคนโง่ (103.7.57.18|125.25.6.248) on 2012-12-09 17:51

    1.ไม่มีเงินเรียน 2.ภาษาอังกฤษไม่ดี 3.สมองไม่ถึง (ตรรกะต่ำ) 4.เอาปมเด่นของคนอื่น มาเป็นวิจารณ์ เพื่อกลบเกลื่อนปมด้อยของตนเอง
    ว่าใคร คิดเอาเองนะครับ

    #10 By จบแค่โท แต่คิดเป็น (103.7.57.18|113.53.7.91) on 2012-12-11 20:39

    คนที่ไม่ได้เรียนและจบ ป.เอก เป็นคนจำนวนมากของประเทศ ดังนั้นไม่ใช่เรื่องน่าแปลก ที่เขาจะ อคติกับ ดร.

    #11 By kunboom (103.7.57.18|125.26.57.161) on 2012-12-15 15:50

    angry smile แต่ อยากบอกว่าสิ่งที่เจ้าของกระทู้เขียน เป็นความคับแคบของจิตใจ และสติปัญญาส่วนบุคคล

    #12 By kunboom (103.7.57.18|125.26.57.161) on 2012-12-15 15:54

    ฟังดูไม่มีดีเลย จบปริญญาเอก ไม่มีความดีเลยหรือคะ กับการลงทุนลงแรงเสียเวลาทำวิจัย

    #13 By เชอรรี่ (103.7.57.18|202.3.71.10) on 2013-01-16 15:50

    ส่วนตัวอยากจะบอกว่า ตอนนี้เราใกล้จบ Ph.D top 5 ที่ UK แล้ว
    กำลังเริ่มสมัครงาน
    ค่าแรง 7-10 ล้านต่อปี
    จบสายไหน งานอะไร ... ไม่บอกหรอก อะไรดีๆ เก็บไว้แนะนำคนจิตใจดีๆ จะดีกว่า
    เกลียดจริงพวกขี้อิจฉา
    ปล่อยให้จบปลักกันต่อไป .. ชิ

    #14 By เชอรรี่ (103.7.57.18|202.3.71.10) on 2013-01-16 16:30

    ดูจากคอมเมนต์แล้ว ก็แอบจริงตามที่ข้อความว่าไว้
    แต่โดยส่วนตัว (ซึ่งจบแค่ป.ตรี และคิดที่จะเรียนสูงขึ้นเมื่อมีโอกาส แต่หางานทำได้ก่อนป.โทตอบรับ) คนจบ ดร.ก็เหมือนคนทั่วไปค่ะ มีหลายรูปแบบ
    ที่จบแล้วเป็นคนดี มีหัวพัฒนาอย่างแท้จริงก็เยอะค่ะ
    ที่จบมาแล้วพราวด์มากก็ไม่น้อยเช่นกัน
    การได้มีโอกาสทำงานในสถานศึกษา และมีโอกาสเรียนใน ม.อื่นที่ไม่ใช่ประเทศแม่
    ทำให้อดเปรียบเทียบไม่ได้เหมือนกันว่า คนไทยเราให้ความสำคัญกับพีเอชดีต่างจากที่อื่นจริงๆ
    ทั้งสังคมรอบข้าง และตัว ดร.เอง (แม้เขาอาจจะไปจบที่อื่นมาก็ตาม)
    โลกนี้ไม่มีใครอยากดูถูกหรอกค่ะ ความเห็นของเจ้าของบลอกก็เป็นความจริงส่วนหนึ่งที่ จขบ.อาจจะประสบมาเอง และส่วนตัวก็เจอหลายท่านที่เป็นแบบนี้ (เป็นเรื่องน่าเศร้าที่มีอัตราสูงกว่าผู้ที่น่ารักนะ)
    และดิฉันก็เข้าใจคอมเมนต์ที่ขัดแย้ง เพราะท่านที่น่ารัก ก็ยังมีอยู่ แต่โปรดอย่าว่าเขาโลกแคบ หรือโง่ เพราะทุกคนมีความโง่เป็นของตัวเองค่ะ
    เรารู้ทุกเรื่องอย่างลึกซึ้ง แต่เรารู้จักตัวเองแค่ไหน
    เรารู้สึกถึงลมหายใจของตัวเอง การเต้นของหัวใจตัวเองหรือเปล่า เราโง่ในเรื่องของตัวเราเองหรือเปล่า   ต่อให้ไม่มองในเรื่องนี้ แต่ละคนก็มีความเก่งความถนัดที่แตกต่างกัน
    เราอาจจะโง่ ในเรื่องที่คนที่เราเห็นว่าด้อยกว่าเราเก่งกว่าก็เป็นได้
    เราอาจจะไม่ได้ติดตามการขึ้นลงของราคาขยะ ที่คนเก็บขยะคิดถึงตลอดและนำมาสร้างรายได้ได้เป็นกอบเป็นกำ
    เราอาจมีเงินจ้างคนรับใช้ แต่ทำงานบ้านได้ไม่เก่งเท่าเขา (หรือพูดบ้านๆว่า ซกมกกว่า)
    เราอาจเอ็นดูวณิพกข้างทาง แต่เราอาจจะถูกเขาหลอกอยู่ก็ได้
    โลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอนสักอย่าง ความจริงของโลกก็มีหลายด้าน
    และการมองความจริงแต่เพียงด้านเดียวนั้นเป็นความจริงที่บิดเบือนค่ะ

    #15 By 1234 (103.7.57.18|202.12.74.161) on 2013-01-22 12:38

    ไม่เห็นด้วยนะ เราอายุ29จบปริญญาเอกแล้วมหาลัยของรัฐด้วย จบเป็นคนแรกของรุ่น แต่เราไม่คิดว่าตัวเองสูงส่งกว่าใคร แค่ทำให้พ่อแม่มีความสุขเท่านั้น เราคิดแค่นี้ก็มีกำลังใจฝ่าฝันจบเรียนจบ

    #16 By mod (103.7.57.18|110.49.234.216) on 2013-02-08 03:36

    คิดมากไปเปล่า เราอายุ29ยังเรียนจบป เอกเลย กพ รับรองด้วย แค่คิดว่าทำเพื่อ พ่อ แม่ ก็มีกำลังใจเรียนมากมาย

    #17 By mod (103.7.57.18|110.49.234.216) on 2013-02-08 03:39

    อย่าว่าคนเขียนเถอะ ใจเย็นๆดีกว่าครับ (เจ้าของกระทู้ไม่ได้เขียนด้วย งานแปล)

    #18 By Palmy U-U (103.7.57.18|223.205.186.188) on 2013-03-30 17:57

    คห.ส่วนตัว จากที่ทำ survey ก่อนเรียน Ph.D ก็เห็นว่า ป.เอก บางสาขา เท่ห์จริงไรจริง แต่เงินไม่ดีเท่าไหร่ งานมีให้เลือกน้อย เราก็เลือกที่เรียนแล้วทำเงิน ทำประโยชน์ได้เยอะๆสิคะ อิจฉาคนที่เค้าได้เรียนก็บอกไปตรงๆสิคะ จะงี่เง่านั่งเงิบงอมืองอเท้าไม่ทำอะไรใหักับชีวิตแล้วมานั่งอิจฉาคนอื่น คนที่เค้ามีปัญญาแนะนำคุณ เค้าก็ไม่แนะนำคุณหรอก เพราะคนขี้อิจฉา ไม่มีใครเค้าอยากช่วยเหลือแนะนำอะไรดีๆหรอกนะคะ เข้าใจไหมคะ
    เด็กๆที่ได้อ่านก็อย่าไปเชื่อให้มากนะคะ บางทีผู้ใหญ่คิดอะไรโง่ๆมาสอนอะไรโง่ๆให้เด็กๆโง่ตามอีก หนักแผ่นดิน แทนที่เด็กรุ่นใหม่จะได้พัฒนาตัวเองพัฒนาประเทศกันต่อไป

    #19 By ชมพู่มะเหมี่ยว (103.7.57.18|14.207.184.107) on 2013-04-30 00:14

    อยากรู้จังว่า คนเขียนจบอะไรมา
     
    ความภาคภูมืใจในตนเอง เป็นความสุขที่ยั่งยืน
    การมีกำลังใจ เป็นแรงผลักดันที่วิเศษในการค้นคว้าหานวตกรรมใหม่ ๆ
    โลกจะไม่หยุดนิ่ง หยุดพัฒนา ถ้ามีการทำวิจัยอยู่ตลอด
    เงิน ลาภ ยศ เป็นสิ่งสมมุติ ไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต
    เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป
    คุณเอาบทความนี้ลง แสดงว่า คุนเป็นคน วิเคราะห์ สังเคราะห์ ไม่เป็น
    เป็นผู้ด้อยแห่งสติปัญญา

    #20 By มดเอก (103.7.57.18|180.180.185.222) on 2013-05-06 07:47

    ไม่จริงหรอกคะ และคนที่จบ ป.เอก เราก็ยังเห็นว่าเขาก็ยังใช้ชีวิตเหมือนเดิม ไม่ได้หยิ่ง หรือยโส อะไรเลย

    #21 By บัว (103.7.57.18|101.108.31.217) on 2013-05-23 20:24

    เอ๊า!มองต่างมุม อภัยให้คนที่เค้าคิดแบบลบนะ..เรากำลังเรียนและกำลังทำวิจัย...เราต้องบริหารชีวิตตนเองให้ได้..ท่านอาจารย์สอนดีมากให้เราเรียนไปรับใช้สังคม..ให้ดีที่สุด..confused smile

    #22 By toktak (103.7.57.18|49.49.232.210) on 2013-07-12 09:04

    ผมว่าคนเขียนมีปมด้อยและอคติมากกว่า

    #23 By ผ่านมา (14.207.87.63) on 2013-08-19 15:27

    คนที่โพส เก็บกดเคียดแค้นคนจบปริญญาเอกหรือเปล่าค่ะ หรือเพราะตัวเองมีปมด้อย
    ไม่ดีเลย ยิ่งพูดมันยิ่งทำให้คนอื่นมองคุณไม่ดี  คนที่เค้าเรียนจบปริญญาเอกเค้าจะรู้สึกอย่างไร คุณกลับไปคิดทบทวนกับคำพูดตัวเองใหม่นะคะ

    #24 By (49.0.70.31|49.0.70.31) on 2014-02-19 01:14

    ถ้าเรียน ดร. ในสาขาที่ถนัด อาศัยใจชอบเป็นทุนอยู่แล้ว ก็ไม่น่าจะยากเท่าไหร่ ตอนนี้กะว่ากำลังจะต่อเอก ตอนเรียนโท ได้เกรด 3.63 ก็น่าจะพอลุ้นได้ แต่คิดว่าไส้แห้งไม่มีตังค์ใช้ คงต้องหารายได้เสริมบ้างไม่งั้นรู้สึกไม่คล่องตัว

    #25 By (49.230.84.53|10.2.83.187, 49.230.84.53) on 2014-04-06 02:28

    นั่นซิคะ. คนตั้งแง่กับคนที่เขาจบปริญญาเอก. มันดูแปลกๆ. คงมีปูมหลังอะไรที่ปิดบังไว้นะคะ. ดิฉันก็เป็นคนหนึ่งที่จบปริญญาเอก. แถมจบตอนอายุ. 61 ด้วย. เพราะปัจจัยทางการเงิน. /. เวลา. โอกาส. มันไม่เหมาะสม. มันเหมือน. ภาษิตไทยไม่ผิดเลย. คบบัณฑิต. บัณฑิตพาไปหาผล. การที่เรามีเพื่อนเป็นด็อกเตอร์หลายคน. เขาก็จะผลักดัน. ยุยง ให้เราเรียนปริญญาเอก. จนในที่สุดเราก็เรียนจบ. เราเองก็ชื่นชม พวกด็อกเตอร์มาก. ยิ่งเวลาเขาไปสอบวิทยานิพนธ์เด็ก. เราสังเกคุดู. เขาอ่านแป็บเดียว. สามารถ. แยกแยะ ประเด็นต่างๆได้อย่างถูกต้อง รวดเร็วให้คำแนะนำต่างๆได้. ตัวเราเองก็เหมือนกัน. รับรู้ได้เลยว่า พอเรียนระดับนี้แล้ว เวลาคิดอะไร. มันไม่เหมือนสมัยก่อน มันคิดได้อย่างเป็นระบบ เป็นขั้นตอน. อะไรคือประเด็นสำคัญ ที่ต้องเน้น. ฉะนั้น. ขอให้คนโพส นี้. ลองคบหาเพื่อนๆที่เขามีความรู้มากๆ. หรือ. อ่านหนังสือมากๆ. เพื่อ จัดกระบวนการทางความคิดใหม่ ไม่มีใครแก่เกินเรียนนะคะ.

    #26 By Paju (27.55.35.95|27.55.35.95) on 2014-05-03 15:28

    อืมฟังคนเขียน เจ้าของ คหแล้วเศร้าเลยผมว่าเขาคงไปเจอดร.ปลอมมีเยอะนะครับที่เมืองไทย เขาบอกเขาเป็นดร.ผมว่าผมโง่แล้วเขายังโง่กว่าผมอีกคิดดูซิให้ผู้ใหญ่บ้านจากบ้านนอกจบแค่ ป4 มาหลอกได้เพียงเห็นเขาขับรถเบ้นมาหาเสียเงินเป็นสิบล้านแถมเป็นเงินไปยืมเขามา ผมเตือนแล้งไม่ใช่ของจริงเจ้าของเงินขู่ถ้าไม่จ่ายคืนจะอุ้มไปโยนทิ้งทะเลเดือดร้อนเมียทำงานในแบ้งค์ ผมว่าถ้าดร.จริงจะวิเคราะได้เป็นข้อๆอันไหนจริงอันไหนปลอม และดร.เขาไม่เชื่อง่ายๆหรอกครับขนาดผมเป็นพ่อของดร.แท้ๆเขายังต้องคิดก่อนเลยว่าที่ผมพูดนะถูกหลอกมาหรือเปล่า ลูกผมเป็นนักเรียนทุนของมหาวิทยา อิวาเตะที่ประเทศญิ่ปุ่น ตอนเรียนดร.ที่มหาวิทยาเขาจ่ายให้ลูกชายผมเดือนละแสนแม้แต่ค่าเครื่องบินเขาก็จ่ายให้ผมไม่ได้เสียเงินแม้แต่บาทเดียว ตอนนี้เขาก็ยังอยู่ที่ญิ่ปุ่นเมื่อสองเดือนที่แล้วเขามาเยี่ยมผมยี่สิบวันแล้วก็กลับ ตอนผมไปรับที่สนามบินผมยังตกใจเลย เขานุ่งกางเกงขาสั้นใส่เสื้อยืดสพายเป้ดูไม่เหมือน ดร.ด้าน IT เลยครับ

    #27 By Tony (180.183.136.90|10.0.1.30, 180.183.136.90) on 2014-11-25 14:02