• knife set
  • feed

    ปริญญาเอก หรือภาษาอังกฤษที่ใช้กันว่า Ph.D. หรือ D.Phil (Doctor of Philosophy) เป็นปริญญาที่สูงสุดในสายวิชาการ ที่เพิ่มเวลาเรียนอีก 4 ปี และเรียนเน้นๆ ในด้านงานวิจัยอย่างเดียว

    แต่ทว่า หลายคนไม่เคยรู้ว่าได้ปริญญาเอก แล้วจะ

    เป็นเกียรติอย่างสูง
    ดอกเตอร์หลายคนที่ได้ปริญญาเอกมา มักจะมีนิสัยเสียคล้ายกันคือ เริด เชิด หยิ่ง และคิดเสมอว่าเป็นเกียรติและเป็นอภิสิทธิชนอย่างมาก ในความเป็นจริง เมื่อคุณจบปริญญาเอกมาและเริ่มทำงาน เพื่อนร่วมงานของคุณเกือบทุกคนก็จบปริญญาเอก ดังนั้นคุณก็ไม่ต่างอะไรจากพวกเขาเลย 

    มั่นใจว่าใครๆ ก็จะฟังความเห็น
    หลายคนชอบคิดเองเออเองว่า ถ้าเขาจบปริญญาเอกเมื่อไร คำพูดทุกอย่างที่เขาพูด จะมีแต่คนฟังและเห็นด้วย ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว จะมีแค่กลุ่มคนส่วนน้อยเท่านั้นที่จะคิดว่าดอกเตอร์พูดอะไรก็ถูกเสมอ 

    เป้าหมายของชีวิต
    ถ้าคุณต้องการแค่ใบปริญญามาแขวนไว้ผนังห้อง เพื่อเชิดหน้าชูตา มันมีอีกหลายวิธีที่ง่าย และสบายกว่าเรียนปริญญาเอก ปริญญาเอกไม่ได้เป็นเป้าหมายเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นต่างหาก

    มีงานทำ
    เรื่องที่หลายคนเข้าใจว่ายิ่งเรียนเยอะ บริษัทจะรับเข้าทำงานนั้น มันกลับตรงกันข้าม บริษัทเอกชนหลายแห่งจะปฏิเสธในการรับคุณเข้าทำงานมากขึ้นหากคุณจบปริญญาเอก หลายบริษัทเชื่อว่าคนจบปริญญาเอกมักจะทำงานไม่เป็น และไม่สู้งาน ขณะที่ต้องจ่ายค่าแรงสูงกว่าตามวุฒิ ดังนั้นโอกาสหางานคุณก็จะลดลงมาทันทีเหลือโอกาสอีกอย่างเดียวคือ การเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย

    ทำเพื่อพ่อ ทำเพื่อแม่
    แม่จะได้ดีใจ พ่อจะได้ดีใจ ทุกคนจะได้อวดเพื่อนพ่อเพื่อนแม่ได้ว่า ลูกฉันได้ดอกเตอร์ เรียนปริญญาเอก ซึ่งแน่ใจได้เลยว่า ถ้าคิดแค่นี้รับรองความตั้งใจเรียนไม่จบปริญญาเอกแน่นอน มันเรียนหนักกว่าที่คิด

    พิสูจน์ว่าตัวเองฉลาด
    เตรียมเสียใจได้เลย เพราะการเรียนปริญญาเอกนั้นไม่ได้หมายถึงว่าคุณฉลาดกว่าคนจบปริญญาโท หรือปริญญาตรีด้วยซ้ำ เพียงแต่บอกแค่ว่าคุณใช้เวลาเรียนกับงานวิจัยเท่านั้น และสิ่งที่จะได้เจอคือ ความท้อแท้ที่คุณจะเรียนรู้กับเรื่องไม่เคยเจอ การทำงานหนักข้ามวันข้ามคืน การทำงานผิดแล้วผิดอีก และการโดนด่าเช้าด่าเย็นกับความโง่ของตัวเอง และเมื่อเรียนไปได้ครึ่งนึงคุณจะรู้สึกว่าไม่ฉลาดเลย และก็ลาออกในที่สุด

    สนใจทำวิจัยเรื่องนี้ไปตลอดชีวิต
    หลายคนเชื่อว่า เขาสามารถเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องใดเรื่องหนึ่งได้ตลอดไป แต่ในโลกของงานวิจัยนั้น หัวข้อใหม่ๆ เกิดขึ้นมาตลอดเวลา แตกแขนงเป็นความรู้ใหม่เพิ่มขึ้นทุกวัน นักวิจัยที่ทำเรื่องเดิม เครื่องมือเดิม แนวเดิม สิ่งที่ตามมาคือคุณจะไม่มีอะไรใหม่ และเรื่องที่คุณสนใจจะกลายเป็นเรื่องน่าเบื่อในที่สุด

    ง่ายกว่าที่จะไปสมัครงาน
    ถ้าคุณจบปริญญาโท การสมัครเข้าเรียนปริญญาเอกนั้นง่ายแสนง่ายถ้าเทียบกับการสมัคร แต่ทว่าการเรียนจบปริญญาเอกนั้นยากแสนยาก หลายคนที่เริ่มเรียนปริญญาเอกแล้วลาออก หรือโดนไล่ออกจากมหาวิทยาลัยมีให้เห็นเยอะแยะ

    คิดว่าเรียนสูงให้สุดดีกว่า
    หลายคนเข้าใจผิดว่าเรียนจบ ตรี -> โท -> เอก (ตามชื่อที่เรียก) แต่ในความเป็นจริง ความรู้ของปริญญาเอกไม่ได้สูงไปกว่าปริญญาโทเลย ซึ่งในต่างประเทศจะถือได้ว่าเรียนวิชาในระดับเดียวกัน เพียงแค่ว่าปริญญาเอกจะเน้นการเรียนรู้ในเชิงวิจัยซะเกือบ 100%

    ทำเงินได้เยอะ
    รายได้เริ่มต้นของปริญญาเอกในเมืองไทยจะอยู่ประมาณ 20,000 บาท สอง-หมื่น-บาท เท่านั้น สูงกว่านักศึกษาปริญญาตรีจบใหม่นิดหน่อย (ดูได้ที่เงินเดือนของอาจารย์มหาวิทยาลัย) พอฐานเงินเดือนน้อยก็ปรับเงินเดือนน้อยตาม ทำงานไปจนตายเงินเดือนก็คงอยู่ซักแสนในบั้นปลายชีวิต 

    ขณะที่หลายคนก็มีไอเดีย เราไม่ต้องสอน ไปรับงานนอกเอาชื่อดอกเตอร์เป็นตัวหาเงิน ก็ต้องระวังไม่เหมือนสมัยก่อน เพราะสมัยนี้โดดสอนบ่อยๆ นักศึกษาเริ่มมีปากมีเสียงเริ่มมีการเขียนด่ากันในโลกออนไลน์กันเลยทีเดียว 

    เนื้อความส่วนหนึ่งแปลจาก Notes On The PhD Degree

    Comment

    Comment:

    Tweet

    ตลกมาก ที่คนเขียนไม่รู้ข้อเท็จจริงสักนิด เช่น รายได้ มองเพียงเงินเดือน ทั้งที่มีค่าทำวิจัย ชิ้นหนึ่งๆ เกือบล้าน ผลวิจัยบางชิ้นมีการซื้อเป็นลิขสิทธิ์ด้วย ค่าสอนชั่วโมงละ 3,500 และอีกมากมายconfused smile

    #36 By (49.230.82.22|49.230.82.22) on 2015-07-27 20:18

    ตลกมาก ที่คนเขียนไม่รู้ข้อเท็จจริงสักนิด เช่น รายได้ มองเพียงเงินเดือน ทั้งที่มีค่าทำวิจัย ชิ้นหนึ่งๆ เกือบล้าน ผลวิจัยบางชิ้นมีการซื้อเป็นลิขสิทธิ์ด้วย ค่าสอนชั่วโมงละ 3,500 และอีกมากมายconfused smile

    #34 By (49.230.82.22|49.230.82.22) on 2015-07-27 20:18

    ตลกมาก ที่คนเขียนไม่รู้ข้อเท็จจริงสักนิด เช่น รายได้ มองเพียงเงินเดือน ทั้งที่มีค่าทำวิจัย ชิ้นหนึ่งๆ เกือบล้าน ผลวิจัยบางชิ้นมีการซื้อเป็นลิขสิทธิ์ด้วย ค่าสอนชั่วโมงละ 3,500 และอีกมากมายconfused smile

    #34 By (49.230.82.22|49.230.82.22) on 2015-07-27 20:18

    Negative mind มากเลยค่ะ
    ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่เรียนตามความฝันของพ่อแม่ ก็ไม่เห็นเป็นอย่างที่เจ้าของกระทู้พูดถึงเลยค่ะ
    จริงอยู่ที่เรียนป เอกอาจจะยาก แต่ถ้าเรามีความมุ่งมั่น ตั้งใจ เราก็ทำได้นี่ค่ะ ไม่มีอะไรที่ยากเกินความสามารถมนุษย์หรอกค่ะ

    ป.ล. ดิฉันจบตรีไทย โทนอก และมีแพลนกำลังที่จะต่อเอกค่ะ big smile

    #33 By คนไทย (203.114.177.101|203.114.177.101) on 2015-06-21 12:05

    บทความของคนมีปมด้อย เพื่อคนมีปมด้อย

    #32 By อ่านแล้วขำแฮะ (171.7.35.229|171.7.35.229) on 2015-06-04 00:47

    จากข้อความที่คุณเขียน อนุมานได้ว่า 1 คุณมีปมด้อย 2. คุณมีอคติ 3 คุณไม่เคยรู้จัก ดร เลยสักคน
    4. คุรเป็นคนขี้อิจฉา
    เพราะการเรียน ดร นั้นไม่ได้เรียนรู้เพื่อมาข่มคนอื่น ดร หลายคน จะฟังมากกว่าพูด ถึงเวลาพูดเขาจะพูดในสิ่งที่มีเหตุผลสนับสนุนว่ามันถูกต้องแล้ว 
    ถ้าคุณมองโลกในแง่ดีมากกว่านี้ ชีวิตก็น่าจะมีความสุขมากกว่านี้นะคะ คิดสิคะว่าเราเรียนเรารู้เอาความรู้มาพัฒนา อย่าคิดแต่ว่าใครจะชื่นชมคุณมาหรือน้อยหรือมันจะทำเงินให้มากน้อยเท่าไหร เพราะถ้าวัดกันตรงจุดนั้น คุณทำอาชีพอะไรก็ได้เงินมากกว่าการเปน ดร ทั้งนั้น พริดตี้ ก็ได้มากกว่า พนักงาน เซเว่น แม่ค้าเขียงหมู รับจัดดอกไม้ ขาย ล็อตอรี่ ว่าไหมคะ การที่คุณจะเรียนคุณต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจนมากกว่า ถ้าฉันเป็นกรรมการคัดคนเข้าเรียน ฉันคงไม่เลือกคุณคะ

    #31 By แอน (101.51.54.109|101.51.54.109) on 2015-02-18 08:39

    h

    #30 By cvo (101.51.54.109|101.51.54.109) on 2015-02-18 08:33

    #29 By (14.207.27.54|14.207.27.54) on 2015-01-10 17:24

    เรียนเถอะ ครับ ระดับไหน ก็ดีกับตัวเองทั้งนั้น... ต่อให้ใคร วิพากษ์วิจารณ์ ยังไง ท้ายที่สุด... ประโยชน์จะเกิดแ่ก่ คนที่จบการศึกษา อย่างแน่นอน... การมีครู มีคนอบรมสั่งสอน ถือเป็นการฝึกฝนตนเอง และเพิ่มพูนประสบการณ์ชีวิต เที่ยบเท่ากับการทำงาน อีกทางหนึ่ง ... อย่าเอาจำนวนเงิน มาเทียบกับผลลัพธ์ทางการศึกษา เงินเป็นแค่ค่าตอบแทน ไม่ใช่คุณค่าของของคน... ต่อให้จบ ดร. แล้วเลี้ยงลูกอยู่ที่บ้าน ผมก็ยังเชื่อมั่นว่าการศึกษา จะทำให้ทุกคน มีภูมิรู้มากพอ ที่จะทำหน้าที่ของตนในสังคม ได้อย่างถูกต้องและเป็นประโยชน์ต่อตนและคนส่วนใหญ่...(ครูภูริ)

    #28 By (202.143.178.1|202.143.178.1) on 2014-12-23 21:24

    อืมฟังคนเขียน เจ้าของ คหแล้วเศร้าเลยผมว่าเขาคงไปเจอดร.ปลอมมีเยอะนะครับที่เมืองไทย เขาบอกเขาเป็นดร.ผมว่าผมโง่แล้วเขายังโง่กว่าผมอีกคิดด