Wikipedia

จาก เรื่องของแอดมินวิกิพีเดียไทยลาออก และ เผาแอดมินวิกิพีเดียไทย เรื่องเก่าที่เขียนไว้ มาดูแนวความคิดของคนที่อุดมการณ์แรง เขากล่าวว่า

ระบบชุมชนเข้มแข็งเพียงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้วิกิพีเดียมีคุณภาพได้ เพราะยิ่งชุมชนเข้มแข็งเท่าไร ทำให้เกิดความเสรียากขึ้น จำกัดความเสรีของผู้อื่น ในแง่มุมอื่น กลุ่มคนบางกลุ่ม สามารถมีอิทธิพลเหนือการตัดสินใจได้ พอหลักการตัดสินใจอะไรมันไม่ชัดเจน แล้วสุดท้ายก็ไปลงที่ลงประชามติ แบบพวกมากลากไป พอเป็นแบบนี้ เรื่องแบบเดียวกัน ลักษณะเดียวกัน ก็สามารถตัดสินออกมาต่างกันได้ ภาวะนี้เองแหละ ที่มันทำให้เกิดอาการ "สองมาตรฐาน" ขึ้น เป็นเหตุให้ผู้ใช้ส่วนหนึ่ง มันก็เลย "เบื่อ ๆ" เลยไม่อยากยุ่งกับวิกิพีเดียแล้ว

อันนั้นคือความเห็นจากบล็อกของเขา ลองมาดูความจริงเกิดอะไรขึ้น

เริ่มจากเริ่มต้นวิกิพีเดียไทยมีหลายคนที่รวมตัวกันมาช่วย สร้างช่วยเขียนช่วยพัฒนา และรวมตัวเป็นกลุ่มเป็นชุมชนอย่างเข้มแข็ง ซึ่งต่อมาคนใหม่ที่มีความเห็นหลากหลาย ใครเห็นด้วยก็เปิดแขนอ้ารับ ถ้าไม่เห็นด้วยหรือมี"ความเห็นไม่ตรง" ก็เป็นคนนอกกลุ่ม กลุ่มใหญ่ในวิกิพีเดียช่วงแรกจะเป็น"กลุ่มแอดมินทั้งเก้าและผองเพื่อน" คนใหม่ไม่รู้เรื่อง ไม่เห็นด้วยก็โดนรุมว่ากระทบ ปากบอกวิกิพีเดียเสรี แต่ห้ามเขียนขัดใจแอดมิน ไม่งั้นโดนลบ เขียนขัดใจมากก็มีถึงขั้นขู่ว่าถ้าไม่ยอมจะโดนบล็อกห้ามเขียน (ให้มันได้ยังงี้ซิบ้าไปแล้ว) พอผ่านไปนานวันเริ่มมีคนนอกกลุ่มขึ้นเยอะเรื่อย จากกฎเหล็กล้านแปดที่กลุ่มแอดมินและผองเพื่อนสร้างไว้ห้ามนู่น ห้ามนี่ ห้ามนั่น ห้ามหมดถ้าไม่ถูกใจ กลายเป็นเพียงข้อความที่ไม่มีคนสนใจ ปราสาทที่แข็งแกร่งตั้งสง่ากลางทุ่งไม่มีใครสนใจจะเข้าไปอยู่ คนนอกกลุ่มเริ่มเยอะขึ้นเรื่อย กลับกลายเป็นว่าคนที่เคยอยู่ในกลุ่มเริ่มรู้สึกว่าทำไมต้องอยู่ในกลุ่มเพราะ ทุกคนก็คือกลุ่ม กลุ่มใหญ่กลุ่มเดียวกันภายใต้ชื่อวิกิพีเดีย คนในกลุ่มเห็นดังนั้นจึงเริ่มทยอยออกมา จนเหลือแต่อดีตแกนนำกลุ่ม ทำให้อดีตผู้มีอิทธิพลกลายเป็นคนกลุ่มน้อย การแสดงความคิดเห็น จากเสียงหลักที่เคยชนะแน่นอนจากแต่ก่อน จากที่เคยมีอิทธิพลเหนือการตัดสินใจ จากที่เคยพวกมากลากไปได้ กลับกลายเป็นเสียงย่อยที่ หนึ่งคนเท่ากับหนึ่งเสียง ที่ทุกคนมีความเสรีเท่าเทียม เป็นเหตุให้พวกเขา "เบื่อ ๆ" และหนีออกไปจากมิดแลนด์

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า "ยัง...มันยังไม่รู้สึก"

ขอแอบประกาศข่าวนะครับสำหรับวิกิพีเดียไทย หลังจากเอนทรี เผาแอดมินวิกิพีเดียไทย ซึ่งส่งผลให้แอดมินวิกิพีเดียไทยคนหนึ่งได้ลาออกตามกันไป โดยก่อนหน้านี้ก็มีคุณ Markpeak กับ คุณ Jittat ที่ได้ลาออกไปแล้ว ที่ได้กล่าวไว้ใน เรื่องของแอดมินวิกิพีเดียไทยลาออก

ตอนนี้มีการโหวตผู้ดูแลคนใหม่ (แม้ว่าจะไม่เกี่ยวกับการลาออกของแอดมินเก่าก็ตาม) ถ้าสนใจเชิญแวะได้ที่หน้า วิกิพีเดีย:เสนอชื่อเพื่อเป็นผู้ดูแล/Drgarden อย่าลืมไปโหวตกันนะครับ ชอบ ไม่ชอบ หรือไม่มีความเห็นก็ไปโหวตเป็นกลางได้ครับ โหวตได้ทุกคนไม่ว่าหน้าใหม่ หน้าเก่า หน้าแก่ แล้วที่สำคัญอย่าลืมล็อกอินด้วยครับ

อันนี้เป็นเรื่องต่อเนื่องจาก เผาแอดมินวิกิพีเดียไทย (18 เม.ย. 51) ซึ่งภายหลังจากที่ผมเขียนเรื่องนั้นเสร็จ ก็มีแอดมินท่านนึงประกาศลาออกจากวิกิพีเดียไทยในวันต่อมา

ปัจจุบันมีผู้ดูแลช่วยกันทั้งหมด 18 คน โดย 3 คนในนั้นเป็นคนต่างชาติเข้ามาดูระบบบ้างเล็กน้อย ซึ่งก่อนหน้ามีผู้ดูแล 6 คนได้ออกจากวิกิพีเดียไป คุณ Waerth  (ชาวฮอลแลนด์) คนแรกที่ลาออกจากวิกิพีเดียไทย เป็นคนต่างชาติที่ชื่นชอบเมืองไทย เขาลาออกในช่วงที่ผมเข้ามาวิกิพีเดียไทยพอดี คนที่สอง คุณ Pi@k เป็นคนที่ช่วยเหลือวิกิพีเดียไทยในหลายด้าน ช่วยจัดการด้านระบบ ด้านภาษา ด้านเนื้อหา แต่เนื่องจากภาระส่วนตัวและงานล้นมือ เขาเลยประกาศลาออกไปเคลียร์งาน แต่ยังเข้ามาช่วยวิกิพีเดียไทยเป็นระยะ ซึ่งในช่วงที่เขาลาออกนั้น มีหลายคนบอกเขาว่า "อย่าเพิ่งเลิก" ทิ้งไว้ที่หน้าฝากข้อความผู้ใช้ของเขา ซึ่งผมเองก็ได้รับความช่วยเหลือจากคุณ Pi@k บ่อยๆ ซึ่งผมเองก็ได้เขียนถึงคนที่ช่วยเหลือวิกิพีเดียไทยแต่ก็ได้ห่างหายไป ในเอนทรี ผู้รู้ที่จากไป (9 พ.ย. 50)

ต่อมาผู้ดูแลอีก 4 คน ซึ่งค่อนข้างเป็นคนดังและหลายคนรู้จักกันดีในวงการไอทีเมืองไทย ไม่ว่า คุณ Markpeak, คุณJittat, คุณJung และคุณ bact' ได้ลาออกตามไป แต่แตกต่างจากกรณีของคุณ Pi@k คือ ไม่มีใครรู้ (หรืออาจไม่สน) ว่าพวกเขาได้ลาออก

จากที่ผมเคยบอกไว้ว่าการเป็นแอดมินวิกิพีเดียไทย ไม่ได้ผลตอบแทนอะไร แน่นอนว่าไม่ได้เงิน และบางวันก็มีโดนต่อว่า โดยด่าจากทั้งคนเขียนหรือคนอ่าน (10 เรื่องที่คุณ(อาจ)ไม่รู้เกี่ยวกับวิกิพีเดีย - 18 ก.พ. 51) ซึ่งสิ่งที่คนที่ช่วยเขียนวิกิพีเดียได้มา มีแค่ความรู้สึกว่าอยากให้มีแหล่งความรู้ขนาดใหญ่ในภาษาไทย ภายใต้ชื่อว่าวิกิพีเดีย

ว่าไปเสรีภาพในการพูด(แพล่ม) มันก็คงน่ารำคาญถ้าคนที่โดนกล่าวถึงมาอ่าน เหมือนคำกล่าว ... it's annoying, but that's the whole point of freedom of speech.

ถ้าเห็นว่าบล็อกน่าสนใจคุณสามารถ
 
อ่านบล็อกนี้ผ่านฟีดรีดเดอร์ (?)

หรือ อ่านบล็อกผ่านอีเมล: